Piyachart 的个人资料When the great journay ....照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
When the great journay ... beginsSome men see things as they are and say WHY? I dream of the things that never were and say WHY NOT? |
||||||||
|
12月15日 When I (can) say nothing at allTo whom it may concern What I fear the most has been already happened. I shouldn’t let emotion taking over my mind. Mistake is something existing around you unsurprisingly. However, it wouldn’t be a problem if such a mistake didn’t happen with someone who is very… your SOS. Letting me going back and change everything, I wouldn’t do that. I would rather accept to be a person who suffers. Now I’m paying on what’s a stupid action. Afterward, my world has changed. I can’t smile like I used to. I can’t sing but preferably listen some sad music. I can’t be happy because I lost all my happiness. I can’t do the same thing as previous… Thousand of “Sorry” may not enough… It was no excuse what I’ve done. But the thing that is definitely true is care… some words might not be influent unless it was coming out from someone who you care… I spent every minute for consideration until this time, and I finally found that I’m afraid of losing this relation. I don’t wanna talk to something in the future, just today as I can express my feeling. I don’t, honestly, really know what happened. Only one thing I’m trying to do is not to let her go, not to let relation gone, not to spend rest of time here as a stranger together, many reasons that I can’t mention here staying in depth of my mind… friend who become special friend to me……Plz give me another time, I realize how suffer it is…… now I can say just nothing, but let my mind speak it out as it suppose to be--- PS just leave it as if it is a meaningless letter to you
12月8日 GreetingEmptiness Moment
Hi you all!! I was asked from many of my friends (of course not THAI 555) for some english articles, thought I tried to compose lovely one so far.. but after the exam. As you realize that we're currently in extremely bored period, remaining whole day in the small room.. and the same chair, I've finished three of exams with feeling of emptiness. Now It's just only three days an then freedom will come to me afterward. Hope(fully) all of you did it well on your exams as you expected and enjoy (not that easy 555) the rest of them.. working hard will absulutely reward you at last. But need to be more patient eiei. You might expect to see thing new coming soon on my space...some poems of love that you've ever sensed will be valueless whenever you read somes of mind 555 just kidding. Anyway let see what happen afterward and looking forward form hearing any good news... from you :-)
Armitis_FOwl and the chamber of book... 11月23日 อยากรู้...แต่ไม่อยากถามเคยมั้ย..อยากรู้แต่ไม่อยากถาม.. เคยมั้ยที่บางครั้งความสุขถูกเติมเต็มด้วยความลับบางอย่าง การได้รับรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง คือเส้นทางแห่งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ?? คนบางคนอาจจะโชคดีที่ความจริงเหล่านั้นสร้างความปิติและความเบิกบานให้กับชีวิต แต่มันไม่ได้เกิดขึ้นกับคนทุกคน หลายคนเลือกที่จะหลอกตัวเองไปกับความรู้สึกบางอย่างที่เค้าต้องการจะให้เป็น ไม่ใช่เพราะไม่รู้ หากแต่เป็นเพราะไม่อยากรู้ต่างหาก.. การอยู่กับความลับบางอย่างไม่ใช่สิ่งสุดท้ายที่คนเหล่านั้นต้องการ แต่เพียงเพราะว่าความจริงบางครั้งมันรุ่นแรงมากพอที่จะเปลี่ยนชีวิตขิงคนๆหนึ่ง จากผิดหวัง กลายเป็นหมดหวังและสิ้นหวังในที่สุด การได้อยู่กับความลับ และปิดหูปิดตาตัวเองจากความจริงอาจจะสรรสร้างเพียงรอยยิ้มที่เปื้อนน้ำตา แต่ก็ยังดีกว่าน้ำตาที่ปราศจากรอยยิ้ม ดีมั้ยที่จะให้ทุกอย่างผ่านไปอย่างสวยงามโดยไม่ต้องถาม หากรักใครซักคนเพียงเพื่อให้ได้คำตอบว่ารักกลับมา เราจะเรียกความรู้สึกนั้นว่ารักได้มั้ย รักที่เสียสละเพราะความหมายของมันหรือเพราะยอมทุกอย่างเพื่อไม่ให้เสียคนๆนั้นไป “เธอจะมีใจรึป่าว เธอเคยมองมาที่ฉันรึป่าว” เสียงเพลงๆนี้ดังขึ้น ดังขึ้น ดังขึ้น ในยามเงียบสงัด แต่ทั้งหมดเกิดขึ้นเพียงแค่จินตนาการ เพราะไม่อยากได้ยินคำตอบ หากชีวิตคือการเดินทางไกล เป้าหมายหรือคือความสุขที่แท้จริง?? หากเป็นอย่างนั้นจะยอมทุกข์ทนตลอดเส้นทางเพื่อให้ได้มาซึ่งความสุขในบั้นปลาย ได้หรือ?? หรือเลือกที่จะทุกข์ในตอนสุดท้ายเพื่อความสุขตลอดชีวิตแห่งการเดินทาง หากรักใครสักคน คุณเลือกที่จะใช้เวลาที่มีอย่างมีความสุข หรือจะยอมเสี่ยง เสี่ยงเพื่อให้ได้รับรู้ความจริง คำตอบซึ่ง อาจจะทำลายความสุขเหล่านั้น หรือ อาจจะเติมเต็มความสุขเหล่านั้นได้เช่นกัน สำคัญขนาดไหน?? เลือกที่จะเดินข้างๆคน หนึ่งโดยไม่ถามว่าเค้ารู้สึกอย่างไรกับเรา หรือเลือกที่จะถามถึงแม้สุดท้ายอาจจะลงเอยด้วยการเดินจากกันไป เลือกที่จะมองเห็นเค้ากับคนอื่น หรือเลือกที่จะเดินผ่านเพื่อเลี่ยงความรู้สึกที่เจ็บปวด มันไม่ใช่นิยาย และไม่ใช่ปัญหา เพราะอย่างนั้นมันเลยไม่มีคำตอบ ความกังวลในส่วนลึกคอยหล่อหลอมการกระทำบางอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งความสุข หรือ ความทุกที่น้อยที่สุด หากในโลกนี้เราหยั่งรู้อนาคตได้ เราคงจะมันใจมากกว่า หากรู้ว่าถามไปแล้วเจ็บปวด คงไม่คิดที่จะถามอีกต่อไป หากรู้ว่าคำตอบที่ได้จะสร้างความเบิกบานให้กับหัวใจ จะยังรออะไรอยู่อีก หลายคนพูดถึงระยะทาง คนสองคนที่ห่างกันด้วยระยะทาง ทำให้เราอยากที่จะถาม เพราะมีสิ่งที่เราไม่รู้มากมายเกี่ยวกับอีกคนหนึ่ง โทษระยะทางว่าทำให้เราต้องห่างกัน แท้จริงแล้วถ้าเราอยู่ใกล้กันทุกอย่างจะดีขึ้น?? หรือที่จริงระยะทางระหว่างใจต่างหากที่ขวางกั้นเราอยู่ ถึงตอนนี้ผ่านเวลามามากมาย มีคำถามในใจมากมายที่อยากรู้ แต่ไม่อยากถาม เพราะไม่อยากเสียวันดีดีเหล่านี้ไป ไม่มีคำตอบใดๆเกิดขึ้น และไม่มีคำถามใดๆรออยู่ เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที และจบลงตรงนั้น อ่านจบแล้วอาจไม่ได้อะไรเลย อ่านแล้วไม่รู้อะไรมากขึ้น อาจรู้สึกว่าวกไปวนมาเพราะมันไม่มาจากสมอง ทั้งหมดมาจากความรู้สึก ความรักก็เป็นอย่างนี้แหละ แม้กระทั่งคนที่ฉลาดที่สุดในโลกยังไม่เข้าใจเลย คำว่าไม่เห็นโรงศพไม่หลั่งน้ำตาคงจะใช้กับความรักไม่ได้ เพราะต่อให้ผ่านมันมาซักกี่พันครั้ง ความรักก็ยังคงซ่อนเงื่อนงำอะไรบางอย่างไว้เสมอ สำหรับคนที่อยากจะให้อ่าน ไม่จำเป็นต้องเข้าใจอะไรเลย เพรามันไม่ได้มีความหายใดๆๆ เขียนให้ยาวเท่าไหร่ สุดท้ายก็สรุปได้ด้วยคำว่า “รัก” เพียงคำเดียวอยู่ดี รู้ไว้แค่นั้นก็พอ 11月15日 Army Potter and The Chamber of LOVEอามมี่ พอตเตอร์ กับ ห้องแห่งความ”รัก” อย่าเพิ่งตกใจไป ขอยืนยันว่านี่ไม่ใช่ภาคใหม่ของจากปลายปากกา ของ JK Rolling Stone อย่างแน่นอน อาจจะเป็นเรื่องสั้น อาจจะเป็นคำถาม อาจจะเป็นความสงสัย หากใครซักคน (อาจจะไม่มี) คิดเหมือนกับผมว่าถ้าห้องแห่งความรักมีอยู่จริง ที่ไหนซักแห่งหนึ่ง หน้าตาของมันจะเป็นอย่างไร มีทางเข้ากี่ทาง มีหน้าต่างไหม หรือว่า มีใครซักคนรอคุณอยู่ในนั้นรึป่าว.. อามมี่ พอตเตอร์ จะพาคุณไปสัมผัสกับจินตนาการเวทรักบันลือโลกที่แม้แต่ เจ้าแห่งศาสตร์มืดยังมิกล้าย่ามกลาย พร้อมที่จะเปิดประตูไปสู่ปริศนาอันยิ่งใหญ่กันแล้วรึยัง ถ้าพร้อมแล้ว...... ก็อ่านต่อไป อิอิ สมมุติโดยทฤษฏีที่ง่ายสุด เชื่อเหลือเกินว่าหลายคนคงให้คำตอบว่า ห้องแห่งความรักก็ คือ หัวใจของเรานื่เอง จริงๆแล้วหัวใจเกี่ยวข้องกับความรักอย่างไร จริงๆมันก็ไม่เกี่ยว.. แต่ในอีกความหมายหนึ่ง หัวใจได้สะท้อนมุมมองของชีวิตอันเป็นหนึ่งเดียว นั่น คือหัวหนึ่งดวง (หลายคนอาจจะบอกว่าทำก๊อปปี้ได้ ก็ไม่ว่ากัน) หัวใจ ถือเป็นศูนย์กลางของระบบทั้งหมดทั้งสิ้นในร่างกาย (อาจจะไม่ถูกต้องซะทีเดียวตามหลักชีววิทยา) ในความหมายนั้น การมอบหัวใจให้แก่กันและกันจึงเสมือนดังว่าเราได้ฝากชีวิตของเราให้กับคนอีกคนหนึ่ง ประหนึ่งว่าเป็นเครื่องหมายแสดงออกถึง ความรักอันยิ่งใหญ่ ก่อนที่จะเพ้อเจ้อไปมากกว่านี้ ก็มีเสียงกระซิบเบาว่า แล้วไหนหล่ะหน้าต่าง อะฮ่า หลายคนตอบเสียงดังฟังชัดทีเดียวว่า ก็ดวงตาไง ดวงตาซึ่งประกอบไปด้วยสีเพียงสองสีคือ ขาวและดำ (ในทางวิทยาศาสตร์แล้วสีทั้งสีเป็นสีตรงกันข้ามกัน สีขาวสามารถที่จะสะท้อนสีอื่นได้เนื่องมาจากองค์ประกอบที่มีแม่สีทุกสีเป็นส่วนผสม ส่วนสีดำจะดูดกลืนสีทุกสีไว้อันเนื่องมาจากคุณสมบัติที่ตรงกันข้ามกัน) จากความหมายในวงเล็บเราจะพบว่าคุณสามารถเก็บซ่อนความรู้สึกบางอย่างไว้ภายใต้ตาดำของคุณได้ แต่ถ้าคุณต้องการมองลึกไปยังความรู้สึกที่แท้จริงของคนคนนั้น ตาขาวของเคาจะบ่งบอกทุกอย่างให้คุณได้รับรู้ หลายคนตะโกนมาแต่ไกลว่า มั่วแล้วมั้งงงง... จริงไม่จริงคุณเท่านั้นที่รู้ อิอิ นอกจากแววตาที่บ่งบอกอะไรบางอย่างที่ไม่ต้องการแม้คำเอื้อนเอ่ยใดๆ มาสู่เส้นทางผ่านเข้าไปยังห้องแห่งความรัก นั่นก็คือ ประตู.. ไม่ยากเลยที่จะเปรียบเปรยว่า “ปาก” เป็นประตูบานใหญ่ของห้องแห่งความรัก และแน่นอนว่า ขึ้นชื่อว่าห้องแห่งความรัก ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครๆจะสามารถผ่านเข้าออกได้ เนื่องมาจากเวทมนต์บางอย่างซึ่งยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่แน่ชัด แต่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า มีความเป็นไปได้ที่ ประตูจะอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ตรงกับทางเข้าห้อง (โดนมีหนุ่มน้อยแห่งวง GJR นำมาบรรยายเป็นเพลง) ซึ่งกลไกของประตูลวงดังกล่าวมีความสลับซับซ้อนเป็นอันมาก หากใครต้องการที่จะผ่านเข้าไปจะต้องใช้เวลาศึกษาและใช้ข้อมูลอื่นเป็นองค์ประกอบ อย่างเช่นว่า อ้างอิงตำแหน่งที่ถูกต้องโดยใช้ หน้าต่าง เป็นต้น นอกจากจะมีประตูลวงที่อยู่ไม่ตรงกับห้องแห่งความรักแล้ว กุญแจที่จะใช้ไขก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน การจะเข้าถึงห้องแห่งความรักที่แท้จริงนั้นจำเป็นจะต้องผ่านด้านทดสอบอยากมากมาย มีเพียงกุญแจดอกเดียวเท่านั้น ที่จะสามารถไขประตูอันแสน สลับซับซ้อนซ่อนเงื่อน วุ่นวาย หนาแน่น สุดแสนพรรณนา ความยากง่ายของบททดสอบแต่ละครั้งจะต่างกันขึ้น ระดับความสัมพันธ์ของเจ้าของห้องกับผู้บุกรุก ซึ่งคุณจะได้กุญแจเมื่อคุณได้สร้างความประทับใจบางอย่างที่ติดตราตรึงใจเจ้าของห้องอย่างมิรู้ลืม จนกระทั้งมาถึงกุญแจดอกสุดท้าย หลังจากใช้ความพยายามศึกษาทางเข้าออกทั้งประตูและหน้าต่างอย่างดีเยี่ยม ผ่านการทดสอบโดยกลลวงต่างๆมาก ตลอดเส้นทาง นี่ยังไม่นับรวมอุปสรรคภายนอกที่คอยขัดขวางการเข้าถึงห้องแห่งความรักอย่าง เช่น ฝูงโทรล (ผู้ชายคนอื่นๆ 55) และแน่นอนว่า เจ้าแห่งศาสตร์มืด และขุนพล (นั่นก็คือเปล่าเพื่อนสนิทที่คอยบงการอยู่เบื้องหลังนั่นเอง) จงภูมิใจเถิดเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณได้ก้าวเข้าไปยังห้องแห่งความรักนั้นได้ มันไม่ใช่เพราะสิ่งต่างที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นสำคัญ หากแต่เป็นความตั้งใจที่คุณมีต่างหาก พลังแห่งความรู้สึกที่เชื่อมโยงคุณและเค้าเข้ามาไว้ด้วยกันนำพาคุณฟันผ่าอุปสรรคมายังจุดหมายปลายทางได้ ในที่สุด ยังไงก็ดีนั่นอาจจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การได้เข้าไปอยู่ในห้องแห่งความรักของใครสักคน แต่ต้องไม่ลืมยังมีสิ่งที่สำคัญกว่ารออยู่ ทำอย่างให้ห้องแห่งความรักนั่นเป็นห้องที่มีแต่ความสุข ทำอย่างไรที่จะใช้ชีวิตในห้องแห่งนั้นได้นานที่สุด หรือ ตลอดไป.. และสุดท้ายทำอย่างไรให้เจ้าของห้องได้รับรู้ว่าเราจะดูแลเค้าและห้องแห่งความรักได้อย่างสมบูรณ์ นั่นต่างหาก คือ คำตอบสุดท้ายของความรัก.. Written by Armitis_FOwl 11月2日 อีกด้าน...ของความรักเมื่อ หุ่นยนต์ รู้จักที่จะ..........รัก สำหรับมนุษย์ คำถามนี้อาจจะไม่ใช่สิ่งที่น่าสนใจนัก เชื่อเหลือเกินคนทุกคนที่ใช้เวลามากพออยู่บนโลกใบนี้ ย่อมรู้จัก...คำว่ารัก และ การที่จะรัก หลายคนสร้างสรรค์นิยามอันสลับซับซ้อนให้คำว่ารัก.. รัก คือ การให้ รัก คือ ความผูกผัน รัก คือ ความเข้าใจ และอื่นๆอีกมากมาย ท้ายที่สุด มนุษย์ พยายามที่จะสร้างรูปแบบต่างๆนาๆมากมายเพื่อถ่ายทอดความหมายของคำว่า.. รัก อาจจะเป็นคำถามเชิงวิชาการไปซักหน่อย หากแท้ที่จริงแล้วคำถามเหล่านี้ได้สร้างความประหลาดใจให้ใครหลายๆคนในวงการปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) จริงหรือ ที่หุ่นยนต์สามารถมีความรักได้ จริงหรือ ความรักของมนุษย์และหุ่นยนต์เหมือนหรือ แตกต่างกันอย่างไร บางคนกล้าที่จะถามแม้กระทั่งว่า แล้วหุ่นยนต์รู้สึกอย่างไรเมื่อเขา (หุ่นยนต์) อกหัก บางคนให้คำตอบสำหรับคำถามนี้แบบติดตลกว่า มีความเป็นไปที่หุ่นยนต์จะกระโดดตึก หรือ ฆ่าตัวตายด้วยการตัดสายไฟฟ้า หรือ เอาน้ำมาราดตัว แต่สำหรับบางคน คำถามนี้ถือเป็นสิ่งท้าทาย และมันจะมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงวงการปัญญาประดิษฐ์ทั้งในปัจจุบันและอนาคต บุคคลท่านหนึ่งซึ่งได้ชื่อว่าปรมาจารย์ทางด้านระบบปัญญาประดิษฐ์ Professor Marvin Minsky แห่ง MITเป็นบุคคลกลุ่มแรกๆ (หรือ อาจจะเป็นคนแรก) ที่ให้ความสำคัญกับคำถามดังกล่าวอย่างจริง ภายใต้กรอกความคิดเฉกเช่น ปัญญามนุษย์ ความเป็นไปได้สำหรับความรักสิ่งที่หยาบกระด้างอย่างหุ่นยนต์ได้ถูกถ่ายทอดผ่านหนังสือที่ ชื่อว่า Emotion Machine หลายคนที่สงสัยกับคำถามเหล่านี้อาจจะได้รับคำตอบที่คาดไม่ถึง ไม่เฉพาะความรู้สึกของคำว่ารักของหุ่นยนต์ แต่มันอาจจะทำให้คุณเข้าใจความหมายของคำว่า รัก ในแบบฉบับของคุณได้ดียิ่งขึ้น ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่าน ความพยายามในการเติมเต็มมันสมองของหุ่นยนต์ได้เริ่มขึ้นดังกระแสน้ำที่เชียวกราก บทความและทฤษฏีต่างๆนานาได้พรั่งพรูเข้าสู่วงการหุ่นยนต์อย่างไม่หยุดหย่อน นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ความพยามดังกล่าวได้พัฒนาผ่าน ตรรกะ (logic) และกฎเกณฑ์ (rule)อันสลับซ้ำซ้อนและแยบยล เพื่อทำให้จักรกลเหล่านั้นมีชีวิต (ชีวา) มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดีคุณสมบัติเหล่านั้นไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้กับมนุษย์ปุถุชนทั่วไปมากนัก การทำให้หุ่นยนต์เดินขึ้นบันไดได้ดูจะเป็นเรื่องราวที่แสนง่ายดายสำหรับโลกในปัจจุบัน แต่ไม่ใช่สำหรับคำถามนี้ จริงหรือที่หุ่นยนต์สามารถมีความรักได้ คำว่ารัก เป็น ส่วนประกอบของธรรมชาติที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยกฎเกณฑ์ทางคณิตศาสตร์ ความรู้สึกที่เรียกว่า รัก มิอิทธิพลมากมายต่อชีวิตของผู้ใดก็ตามที่มีไว้ในครอบครอง Oxford English Dictionary ได้ให้คำจำกัดความซึ่งหมายรวมถึงความหมายของคำว่ารักไว้อย่างน่าสนใจ Love, n. That disposition or state of feeling with regard to a person which (arising from recognition of attractive qualities, from instincts of natural relationship, or from sympathy) manifests itself in solicitude for the welfare of the object, and usually also in delight in his or her presence and desire for his or her approval warm affection, attachment. ความหมายด้านบนสะท้อนความรู้สึกที่แสดงออกมาได้อย่างไม่ยากเย็น ไม่ว่าใครก็ตามที่เริ่มที่จะมีความรัก อาจเป็นเพราะชื่นชอบในคุณสมบัติบางอย่างของอีกฝ่ายหนึ่ง กระบวนการทางความคิดในสมองของคุณจะถูกแปลสภาพเป็นความคิดในเชิงบวก ซึ่งจะปรากฏกลายเป็นความสุข ความผิดพลาดหรือข้อบกพร่องจะถูกมองข้าม ภายใต้จินตนาการในความสวยงามต่างๆ ความพยายามใดๆก็ตามเพื่อที่จะทำให้เกิดความสมหวังในความรักจะถูกให้ความสำคัญโดยเพิกเฉยต่อปัจจัยอื่นๆ ภาพความคิด หรือ จินตนาการของคนที่คุณรู้สึกว่ารัก จะเป็นภาพแรกที่ปรากฏต่อสายตาและจินตนาการในทุกช่วงอิริยาบถ อย่างไรก็ดีในอีกมุมมองหนึ่ง คำว่ารักเป็นคำจำกัดความที่ถูกใช้ในหลากหลายความหมายและโอกาส ความรักที่พ่อแม่มีต่อลูก ความรักที่มีต่อเพื่อน ความรักที่สังคม... บางครั้งเราใช้ คำว่ารัก เพื่อแสดงความรู้สึกที่มีต่อ สิ่งที่ไม่มีชีวิต ความรักในการร้องเพลง ความรักในการวาดรูป ความรักในการทำงาน เมื่อไหร่ก็ตามที่ความรักได้เกิดขึ้น ผลลัพธ์ได้ถูกสะท้อนราวกับว่าเขาคนนั้นได้กลับกลายเป็นคนใหม่ คิดในมุมมองที่ต่างไปจากเดิม และแสดงออกในมุมมองที่เปลี่ยนแปลง องค์ประกอบของความรักได้ถูกสะท้อนโดยองค์ประกอบพื้นฐานทางอารมณ์ ยิ้ม คิดถึง ห่วง เหงา กังวล น้อยใจ... และอีกต่างๆอีกมากมาย สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นเพียงคำอธิบายการเกิดขึ้นของ ความรัก ในมุมมองของมนุษย์ นักพัฒนาปัญญาประดิษฐ์พยายามที่จะอธิบาย ความรู้สึกดังกล่าวด้วยกลไกที่เป็นพื้นฐานที่สุดโดยมุ่งหวังว่า จะสามารถถ่ายทอดระเบียบวิธีในแบบเดียวกันให้กับจักรกล ขั้นตอนที่แท้จริงต่อกระบวนการทางความรู้สึกที่เรียกว่ารัก นั้นสลับซ้ำซ้อนกว่านี้มาก จนบางครั้งแม้กระทั่งมนุษย์เองยังไม่สารถอธิบายความรู้ของตัวเอง หลายครั้งที่เราพบกับความสับสนถึงความหมายของคำรัก...ต่อความรู้สึกที่มี หลายคนรู้จักเพียงคำว่ารัก แต่ไม่เคยเข้าใจความหมายของมัน หรือ แม้กระทั่งไม่เคยคิดที่จะตระหนักถึงคำว่ารักที่ตนมีอยู่จนกระทั่งได้สูญเสียมันไป แต่สำหรับหลายคนซึ่งไม่เคยให้ความสำคัญกับคำๆนี้กลับแสดงออกถึงความหมายได้อย่างลึกซึ้ง ภายแววตาและความรู้ สึกและแน่นอน การกระทำ... จนถึงวันนี้ คำว่ารัก ยังคงเป็นปริศนาสำหรับมนุษย์ (บางคน) ต่อไป ท้ายที่สุด..ถึงแม้จะยังไม่ใช่คำตอบสุดท้ายที่จะนำไปสู่การสร้างจักรกลที่รู้จัก (และเข้าใจ) คำว่า..รัก.. แต่ทฤษฏีดังกล่าวในวันนี้ไม่ได้อยู่ห่างไกลจากความเป็นจริงซักเท่าไหร่เลย ขอเพียงแค่มนุษย์เข้าใจในความหมายใน คำว่ารัก อย่างถ่องแท้ ซักวัน ความฝันที่จะถ่ายทอดไปยัง หุ่นยนต์ คงไม่ใช้เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป... Written by Armitis_FOwl
|
|
||||||
|
|